Jun 21 2014

การให้บริการของสถาบันทางศาสนา เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชน


สภาพสังคมไทยในปัจจุบันส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนชาวไทย มากขึ้นทุกวัน ทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ การปรับตัว ทุกอย่างดำเนินการไปอย่างรวดเร็วทำให้ประชาชนหันไปพึ่งวัตถุเพื่อใช้เป็นเครื่องอำนวยความสะดวกให้แก่ตนเอง จนเกิดเป็นความเคยชิน คิดว่าวัตถุเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ เหล่านี้ คือสิ่งจำเป็นของการดำรงชีวิตโดยลืมนึกถึงศักยภาพของร่างกายและจิตใจของตนเองซึ่งมีพลังและศักยภาพมากกว่าวัตถุหลาย ๆ ชิ้น

ความทันสมัยของโลกในยุคปัจจุบันทำให้พระสงฆ์จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเข้ามามีบทบาทเพื่อสร้างความเข้าใจอันดีงามให้เกิดขึ้นแก่ประชาชน โดยเฉพาะการเข้าใจวิถีชีวิตแห่งชุมชนอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมประเพณี หรือความเป็นอยู่ของประชาชนจนสามารถเป็นผู้นำทางด้านความรู้ความเข้าใจในสิ่งที่ถูกต้องได้ซึ่งก็คงจะเป็นการนำย้อนไปสู่บทบาทของพระสงฆ์ในอดีตนั่นเอง ไม่ใช่เรื่องใหม่เพียงแต่เรานำสิ่งต่าง ๆ มาประยุกต์ และปรับปรุงให้เกิดความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น พระพุทธศาสนาเป็นสถาบันที่จำเป็นของสังคมอันจะขาดไม่ได้ แม้จะถูกกระทบกระเทือน หรือตกต่ำในบางครั้งบางคราว ทั้งนี้เพราะชีวิตมนุษย์ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ด้วยวัตถุเพียงอย่างเดียว เพราะวัตถุไม่สามารถสนองตอบต่อความต้องการที่ไม่รู้จบสิ้นของมนุษย์ ดังนั้น ศาสนาและ วัฒนธรรมจึงถูกหยิบยกขึ้นมาในฐานะเป็นแกนกลางทางจิตใจ เป็นกรอบแห่งความประพฤติของ ประชาชนในสังคม พระพุทธศาสนานอกจากจะมีพระธรรม คือ คำสอนของพระพุทธเจ้าแล้วยัง มีวัดและพระสงฆ์ วัดและพระสงฆ์กับประชาชนมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด วัดเป็นทุกอย่าง ของสังคม เป็นศูนย์กลางที่รวมจิตใจของประชาชน

สถาบันทางพระพุทธศาสนาเป็นสถาบันที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง ในการให้ความช่วยเหลือต่อสังคมไทยตลอดมาโดยมีส่วนช่วยในการกล่อมเกลาจิตใจ และลักษณะนิสัยของคนไทยตลอดจนการให้บริการตามความจำเป็น ตามความต้องการของประชาชน อีกทั้งมีส่วนช่วยในการแก้ปัญหาทางสังคมให้แก่เรามาแล้วเป็นอย่างมากแม้กระทั่งในปัจจุบันความสำคัญในประการคงมีอยู่พระภิกษุสงฆ์กับวัดยังต้องรับภาระหน้าที่ในการช่วยเหลือสังคมและทางราชการของเราอยู่ตลอดไปสถาบันแห่งนี้จึงอำนวยประโยชน์เกื้อกูลต่อการปกครองและการบริหารของไทยอยู่มากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประชาชนแถบชนบท ที่ยังรับบริการจากรัฐบาลได้ไม่ทั่วถึงนักซึ่งมีจำนวนเกือบ ๙๐ เปอร์เซ็น

Comments Off

Jun 03 2014

ความอุปถัมภ์ศาสนาทุกศาสนาในประเทศไทย

สถาบันหลักของชาติไทยที่คนไทยทุกคนให้ความเคารพนับถือ

ประกอบด้วย ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ รัฐธรรมนูญไทยได้กำหนดให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะ หมายถึง พระประมุขของชาติไทยที่ทรงนับถือพระพุทธศาสนาเช่นเดียวกับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ และยังเป็นอัครศาสนูปถัมภก คือ ทรงให้ความอุปถัมภ์ศาสนาทุกศาสนาในประเทศไทย เนื่องจากชาวไทยนับถือพระพุทธศาสนามาช้านาน จนหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาได้หล่อหลอมซึมซับลงในวิถีไทย กลายเป็นรากฐานวิถีชีวิตของคนไทยในทุกด้าน ทั้งด้านวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ภาษา ขนบธรรมเนียมประเพณีและศีลธรรม

พระพุทธศาสนาอุบัติขึ้นในท่ามกลางลัทธิศาสนาทั้งหลายในอินเดีย ซึ่งมีทั้งอำนาจและอิทธิพล เป็นการยากที่พระพุทธศาสนาจะอุบัติขึ้นและแผ่กระจายไปให้กว้างขวาง อยู่กับชีวิตจิตใจของคนเป็นจำนวนมาก เพราะชีวิตจิตใจของคนอินเดียในสมัยนั้นมีแบบแผนการปฏิบัติตามลัทธิศาสนาต่างๆ ที่มีมาก่อนแล้วนั้น จึงอาศัยบุคลิกภาพอันยิ่งใหญ่ของพระพุทธเจ้า กับคำสอนอันประกอบไปด้วยเหตุผล พระพุทธศาสนาจึงเป็นปึกแผ่นเจริญก้าวหน้ามาด้วยดี

ศาสนาเป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคน

และศาสนาทุกศาสนามีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ สอนให้ทุกคนทำความดี และละเว้นจากการทำความชั่ว ดังนั้นถ้าทุกคนปฏิบัติตามคำสั่งของศาสนาที่ตนนับถืออย่างเคร่งครัด จะส่งผลให้ชีวิตของผู้ปฏิบัติมีความสงบสุขและอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข ซึ่งคำสั่งสอนของศาสดาผู้ประกาศศาสนาประกอบด้วยหลักธรรมเกี่ยวกับบุญ-บาป รวมทั้งแนวความเชื่อ และลัทธิพิธีเพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ปฏิบัติเกิดความเจริญในชีวิต พระพุทธศาสนามีความสำคัญมากมายหลายประเด็นมีหลักคำสอนสำหรับพัฒนาบุคคลให้บรรลุจุดมุ่งหมายสูงสุดแห่งชีวิตบนพื้นฐานของเหตุผลและความถูกต้อง ท่านได้กำหนดข้อปฏิบัติในการฝึกฝนอบรมตนด้วยการให้ละความชั่ว ประพฤติแต่ความดี และทำจิตใจของตนให้บริสุทธิ์ผ่องใส

องค์ประกอบของศาสนา

๑.ศาสดา คือ ผู้ก่อตั้งศาสนา เช่น พระพุทธศาสนามีพระพุทธเจ้าเป็นศาสดา ศาสนาคริสต์มีพระเยซูเป็นศาสดา
๒.คัมภีร์ คือ หลักธรรมคำสั่งสอน เช่น พระพุทธศาสนามีพระไตรปิฎก ศาสนาคริสต์มีคัมภีร์ไบเบิล
๓.สาวก คือ ผู้เผยแผ่หรือผู้ปฏิบัติตาม เช่น พระพุทธศาสนามีพระภิกษุและพุทธบริษัท ๔ ศาสนาคริสต์มีบาทหลวง
๔.ศาสนสถาน คือ สถานที่ประกอบพิธีกรรม เช่น พระพุทธศาสนามีวัด ศาสนาคริสต์มีโบสถ์
๕.พิธีกรรม คือ การปฎิบัติพิธีกรรมต่าง ๆ เช่น พระพุทธศาสนามีการเวียนเทียน ศาสนาคริสต์มีพิธีการล้างบาป
๖.สัญลักษณ์ คือ เครื่องหมายแทนศาสนานั้น ๆ เช่น พระพุทธศาสนามีเสมาธรรมจักรเป็นสัญลักษณ์ ศาสนาคริสต์มีไม้กางเขนเป็นสัญลักษณ์

Comments Off

Apr 28 2014

สิทธิเสรีภาพในการนับถือลัทธิหรือศาสนาและความเชื่อต่างๆ

สิทธิเสรีภาพในการนับถือลัทธิหรือศาสนาและความเชื่อต่างๆ

เสรีภาพในการนับถือลัทธิหรือศาสนาถือว่าเป็นเสรีภาพที่มีความบริบูรณ์ในตนเอง เนื่องจากเป็นเสรีภาพของความเชื่อที่อยู่ในจิตใจของคน คนอื่นหรือรัฐไม่อาจจะบังคับให้ให้เราเชื่อหรือไม่เชื่อในสิ่งที่เขาไม่เชื่อหรือให้เลิกเชื่อในที่ที่เขาเชื่ออยู่แล้ว แต่เสรีภาพในการนับถือที่อยู่ในใจกับเสรีภาพในการแสดงออกในสิ่งที่นับถือนั้นมีความแตกต่างกัน เนื่องจากเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งสิ่งที่นับถือลัทธิหรือศาสนานั้นอาจกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของบุคคลจึงต้องมีข้อจำกัดในใช้เสรีภาพในการนับถือลัทธิหรือศาสนาด้วย ผมได้เขียนอธิบายเสรีภาพในการนับถือศาสนาในเชิงโครงสร้างเพื่อจะได้เข้าใจถึงเสรีภาพในการนับถือลัทธิหรือศาสนา เพื่อให้ผู้ที่ยังขาดความเข้าใจได้เข้าใจถึงหลักการทั่วไปของสิทธิเสรีภาพในการนับถือลัทธิหรือศาสนา ในหลายประเทศได้บัญญัติรับรองเสรีภาพในการนับถือศาสนาไว้ในรัฐธรรมตามแนวคิดรัฐธรรมนูญนิยม เช่น ประเทศสหรัฐอเมริการับรองไว้ใน บทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งที่ 1 (Amendment 1) ว่า “สภานิติบัญญัติจะไม่ออกกฎหมาย…ห้ามการปฏิบัติศาสนกิจโดยเสรี ประเทศฝรั่งเศสได้รับรองไว้ในประกาศสิทธิมนุษยชนและพลเมือง ค.ศ.1789 มาตรา 10ว่า “บุคคลย่อมไม่ต้องหวั่นเกรงต่อการแสดงความคิดเห็นของตง แม้จะเป็นเรื่องทางศาสนาก็ตาม ถ้าการแสดงออกนั้นไม่กระทบกระเทือนความสงบเรียบร้อยที่กำหนดโดยรัฐบัญญัติ” ประเทศเยอรมันก็รับรองไว้ในกฎหมายพื้นฐานในมาตรา 4 นอกจากนี้ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ค.ศ. 1948 (Universl Declaration of Human Rights) ข้อ 18 ได้ได้รับรองไว้ว่า “บุคคลมีสิทธิเสรีภาพแห่งความคิด มโนธรรม และศาสนา สิทธิเหล่านี้ รวมถึงเสรีภาพที่จะเปลี่ยนศาสนาหรือความเชื่อ และเสรีภาพที่จะแสดงออกให้ศาสนาหรือความเชื่อประจักษ์ในรูปของการสั่งสอน การปฏิบัติกิจ ความเคารพสักการบูชา การสวดมนต์และการนับถือปฏิบัติพิธีกรรม ว่าด้วยลำพังตนเองหรือร่วมกับผู้อื่นในประชาคม และในที่สาธารณะหรือส่วนตัว” และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและการเมือง
ประเทศไทยก็รับรองเสรีภาพทางศาสนาไว้ตั้งแต่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2475 และได้มีการรับรองในรัฐธรรมนูญทุกฉบับ โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 37 บัญญัติว่า “บุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการถือศาสนา นิกายของศาสนา หรือลัทธินิยมในทางศาสนา และย่อมมีเสรีภาพในการปฏิบัติตามศาสนธรรม ศาสนบัญญัติ หรือปฏิบัติพิธีกรรมตามความเชื่อถือของตน เมื่อไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อหน้าที่ของพลเมืองและไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ในการใช้เสรีภาพตามวรรคหนึ่ง บุคคลย่อมได้รับความคุ้มครองมิให้รัฐกระทำการใด ๆ อันเป็นการรอนสิทธิหรือเสียประโยชน์อันควรมีควรได้ เพราะเหตุที่ถือศาสนา นิกายของศาสนา ลัทธินิยมในทางศาสนาหรือปฏิบัติตามศาสนธรรม ศาสนบัญญัติ หรือปฏิบัติพิธีกรรมตามความเชื่อถือ แตกต่างจากบุคคลอื่น

Comments Off

Feb 19 2014

สร้างโลโก้ของกิจการอย่างไรให้น่าจดจำ

ในการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจสำหรับบริษัทที่เพิ่งเปิดใหม่ มักมีปัจจัยให้เจ้าของธุรกิจคิดพิจารณาอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นชื่อบริษัท ลักษณะอาคารสถานที่ หรือทำเลที่ตั้งของอาคารว่ามีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใด มีที่จอดรถเพียงพอหรือไม่ รวมถึงราคาค่าเช่าสถานที่ว่าจะมีความคุ้มทุนขนาดไหน แต่ทั้งนี้สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่เราจะลืมเสียไม่ได้เลย ก็คือ “ตราสินค้า” หรือที่เรียกกันติดปากว่า “โลโก้ของบริษัท” นั่นเอง

ที่ถือว่าโลโก้เป็นส่วนสำคัญมากนั้นเพราะมันเป็นหน้าเป็นตาของทางบริษัทนั่นเอง โลโก้คือสิ่งแรกที่ผู้บริโภคจะมอง และจะอยู่คู่กับธุรกิจของคุณไปโดยตลอด และนอกจากโลโก้จะถือเป็นสัญลักษณ์ทางธุรกิจแล้ว และเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถจดจำธุรกิจของเราได้แล้ว โลโก้ยังนำมาซึ่งการคุ้มครองทางกฎหมายซึ่งถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ผู้ใดจะมาละเมิดมิได้อีกด้วย

จะเห็นได้ว่าโลโก้นั้นมีความสำคัญมากต่อธุรกิจ และเป้าหมายจุดสูงสุดของโลโก้จึงอยู่ที่ผู้บริโภคสามารถจดจำโลโก้นั้น ๆ ได้ องค์ประกอบต่าง ๆ ที่อยู่ในโลโก้จึงถือเป็นสิ่งสำคัญ และผู้ประกอบการควรที่จะทำความเข้าใจองค์ประกอบต่างๆให้ถี่ถ้วนและชัดเจนเสียก่อนเพื่อเลือกใช้ให้ถูกต้อง

Comments Off