Sep 15 2014

พระพุทธศาสนากับวิธีชีวิตของคนไทย

ประเทศไทยนั้นเป็นสังคมหนึ่งซึ่งยอมรับพระพุทธศาสนา และได้รับการหล่อหลอมจากหลักธรรม คำสอนในพระพุทธศาสนามายาวนาน วิถีชีวิตของคนไทยส่วนใหญ่ตั้งแต่กำเนิดจนถึงตาย จึงเกี่ยวโยงสัมพันธ์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพระพุทธศาสนา แต่เมื่อสังคมโลกเปิดกว้างขึ้นทั้งในด้านสื่อสารมวลชน เศรษฐกิจ การเมืองและวัฒนธรรม จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่นำพาให้สังคมไทยก้าวเข้าไปสู่กระแสแห่งยุคโลกาภิวัฒน์ ส่งผลให้สังคมไทยต้องเผชิญกับภาวะวิกฤติในหลายๆ ด้าน

คนเราเมื่อเกิดมาแล้ว จะสามารถดำเนินชีวิตประจำวันไปได้อย่างมีความสุขความเจริญ ตลอดทั้งประสบความสำเร็จในด้านต่าง ๆ ของชีวิต จำเป็นต้องอาศัยเครื่องอุปโภคบริโภคนานาชนิดอย่างน้อยก็ต้องอาศัยปัจจัยสี่ คือ อาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรคและก็ต้องมีอย่างเพียงพอที่เรียกว่า อยู่ดีกินดีถ้าแต่ละคนมีการอยู่ดีกินดี ก็ย่อมจะทำให้สังคมมีความมั่นคง แต่ถ้าแต่ละคนซึ่งเป็นสมาชิกของสังคมส่วนใหญ่มีความเดือนร้อนในเรื่องการกินดีอยู่ดี ก็ย่อมจะเป็นสาเหตุนำความอ่อนแอมาสู่สังคม สังคมย่อมมีแต่ความเดือดร้อน เป็นหนี้เป็นสินกันมาก มีการทำผิดกฏหมายบ้านเมืองมีโจรผู้ร้ายมากขึ้นปรากฎการณ์ทางสังคมเช่นนี้ สาเหตุที่แท้จริงก็เนื่องมาจากปัญหาเศรษฐกิจ อันเป็นปัญหาที่สำคัญยิ่งในชีวิตประจำวันของมวลมนุษย์ ซึ่งมนุษย์ต้องดิ้นรนในแต่ละวันก็ไม่ใช่อื่นไกลก็เพื่อปากเพื่อท้องที่เรียกว่า ทำมาหากินนั่งเอง

ปัญหาการตั้งเนื้อตั้งตัวไม่ได้ มีคนเป็นจำนวนไม่น้อยที่เผชิญกับปัญหานี้ บางคนแม้มีหน้าที่การงานทำแล้ว บางคนจบการศึกษาเป็นผู้ใหญ่แล้ว บางคนถึงกับแต่งงานแล้ว บางคนมีงานทำได้รับเงินเดือนมากพอสมควรแต่ก็ไม่สามารถสร้างเนื้อสร้างตัวในทางเศรษฐกิจได้ บางคนแม้มีอายุมากถึงวัยกลางคนแล้ว หรือบางคนแม้เกิดในตระกูลที่ร่ำรวยแต่ก็ยังไม่สามารถยืนอยู่ด้วยลำแข้งของตนเองในทางเศรษฐกิจได้ และบางคนเคยมีฐานะทางเศรษฐกิจอย่างไร แม้กาลเวลาจะล่วงเลยไปหลายปีก็ตาม ก็ยังคงสภาพฐานะเดิม ไม่สามารถยกฐานะทางเศรษฐกิจของตนให้สูงขึ้นกว่าเดิมได้ บุคคลต่าง ๆ ดังที่ได้ยกตัวอย่างมานี้เป็นผู้เผชิญกับปัญหาการตั้งเนื้อตั้งตัวไม่ได้ทั้ง ๆ ที่สภาพแวดล้อมภายนอกและตัวเองก็สูงวัยพอสมควร น่าจะประสบความสำเร็จมากกว่านี้ ปัญหาการตั้งเนื้อตั้งตัวไม่ได้น่าจะลดน้อยถอยลงมากกว่านี้ แม้มีครอบครัวแล้วก็ต้องพึ่งพาอาศัยผู้อื่นอยู่ หรือโตแล้วก็เหมือนไม่โต ชนิดที่เลี้ยงไม่รู้จักโต สำหรับปัญหาดังกล่าว ได้มีหลักคำสอนในทางพุทธศาสนา ซึ่งเป็นธรรมะเกี่ยวกับหลักเศรษฐกิจส่วนบุคคลและครอบครัวถ้าได้นำเอาไปเป็นแนวทางแห่งการประพฤติปฏิบัติอย่างจริงจังและจริงใจในชีวิตประจำวันแล้ว ก็เชื่อได้ว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาการตั้งเนื้อตั้งตัวไม่ได้อย่างแน่นอน หลักธรรมดังกล่าว มีดังนี้

ปัญหาการกระจายรายได้ ปัญหาทางเศรษฐกิจที่สำคัญมากเป็นปัญหาหนึ่งก็คือ ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน คนรวยก็รวยเหลือเกิน ส่วนคนจนก็จนมากเหลือเกิน หรือคนร่ำรวยมีจำนวนน้อยแต่มีรายได้มาก ขณะเดียวกัน คนจนมีจำนวนมากและมีรายได้ต่ำมาก เมื่อความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจมีเช่นนี้ ก็ย่อมทำให้คนจนมีความเดือนร้อนเป็นทุกข์และก็มีโอกาสที่จะยากจนมากยิ่งขึ้น เมื่ออยากจะทำอะไรก็มักจะติดขัดกลายเป็นอุปสรรคเป็นปัญหาไปเสียหมด และโอกาสที่จะต้องกู้หนี้ยืมสิ้นก็มีมากขึ้น ความยากจนก็ดี การกู้หนี้ยืมสินก็ดี ล้วนแต่เป็นสาเหตุแห่งความเดือดร้อนทั้งสิ้น

ความขัดแย้งระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ในการทำงานต่าง ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งของกลาง คือ เงินไวจับจ่ายใช้สอยบำบัดทุกข์บำรุงสุข เมื่อมีงานทำ ก็ย่อมจะได้เงินเป็นค่าตอบแทน ดังคำขวัญที่ว่า “งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข” ก็ย่อมมีผู้ที่เป็นเจ้าของงานในฐานะนายจ้าง และผู้ทำงานในฐานะลูกจ้าง นานจ้างกับลูกจ้างนี้ ก็มักจะมีปัญหาขัดแย้งกันอยู่บ่อยครั้ง สาเหตุความขัดแย้งอาจมีมากมายหลายอย่าง เช่น ลูกจ้างไม่สนใจและรับผิดชอบต่อหน้าที่การงานเท่าที่ควร ขาดประสิทธิภาพในการทำงานหรือมีผลงานออกมาไม่เป็นที่พอใจของนายจ้าง ส่วนนายจ้างก็อาจจะไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน นายจ้างใช้วิธีปกครองลูกจ้างไม่เป็นธรรม หรือไม่เข้าใจชีวิตจิตใจของลูกจ้างที่ต้องการเรียกร้องให้ขึ้นค่าจ้างเนื่องจากค่าจ้างต่ำไม่เพียงพอต่อการครองชีพและนายจ้างไม่ยอมขึ้นให้เล่านี้ เป็นต้น ทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นสังเกตได้ว่าความขัดแย้งต่าง ๆ ถ้าฝ่ายหนึ่งได้อีกฝ่ายหนึ่งมักเสีย เช่น ถ้านายจ้างขึ้นค่าแรงค่าจ้างแก่ลูกจ้างนายจ้างก็จะรู้ว่า เป็นการเสีย เพราะต้นทุนสูงขึ้น เป็นต้น แต่ความขัดแย้งส่วนมากเกิดขึ้นเนื่องจากลูกจ้างรู้สึกว่า ถูกนายจ้างเอาเปรียบหรือปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม ลูกจ้างจึงมีการรวมกลุ่มกันขึ้นเพื่อเรียกร้องสิ่งที่ลูกจ้างต้องการทำให้เกิดสมาคมลูกจ้างและการนัดหยุดงาน เป็นต้น เพื่อให้มีกำลังต่อรองกับนายจ้างในการเรียกร้องสิ่งต่าง ๆ ที่ตนต้องการ มีการรวมกำลังลูกจ้างเพื่อเจรจาต่อรองกับนายจ้างและใช้วิธีการต่าง ๆ เช่น นัดหยุดงานก็เพื่อให้เกิดอำนาจการเจรจาต่อรอง กล่าวคือ ถ้าอำนาจการเจรจาต่อรองของฝ่ายใดมากว่าก็จะมีสิทธิมีเสียงมากกว่าในการเจรจา ด้วยเหตุนี้ ความขัดแย้งจึงมักจะเกิดขึ้นเสมอ โดยเฉพาะในการอุตสาหกรรมและสาขาอื่น ๆ นอกจาการเกษตร การหยุดงาน หรือการทำลายซึ่งกันและกัน จึงเป็นเหตุการณ์ธรรมดา ในระบบเศรษฐกิจ เป็นการทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากรมนุษย์ ตลอดทำให้เกิดการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไปอย่างน่าเสียดายเมื่อมีการหยุดงาน

Comments Off

Aug 28 2014

การเผยแผ่ตามหลักธรรมของพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัด

การนำความรู้ความจริงที่เป็นคำสอนของพระพุทธศาสนาออกมาแสดงให้กับประชาชนทั่วไปหรือผู้อื่นได้รู้ เข้าใจ และนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามหลักธรรม โดยไม่ให้มีการอธิบายแบบขยายความนอกกรอบของพระไตรปิฎกและอรรถกถาที่เป็นที่ยอมรับจากหน่วยงานที่รับผิดชอบทางพุทธศาสนา สำหรับในประเทศไทยหน่วยงานนั้นคือ มหาเถรสมาคม เพราะการอธิบายแบบขยายความอย่างเสรีโดยใช้ฐานความรู้และความเห็นของแต่ละบุคคลนั้นอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิด บิดเบือน ทั้งเจตนาและไม่เจตนาและนำไปสู่การเกิดนิกายหรือลัทธิใหม่ๆขึ้น การเผยแผ่จึงใช้กับพุทธศาสนาที่ต้องการให้คงความถูกต้องตามหลักธรรมของพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัด

หน่วยงานที่ทำหน้าที่ฝึกอบรมและให้การศึกษาที่สอดคล้องกับภารกิจของพระสังฆาธิการและพระธรรมทูตยังไม่เพียงพอ เพราะจำนวนของวัดและพระเณรมีจำนวนมากรวมทั้งความเปลี่ยนแปลงของสังคม เทคโนโลยี การสื่อสาร และระบบความสัมพันธ์ของประชาชนในสังคมเปลี่ยนไป ทำให้การทำความเข้าใจในวิธีการปฏิบัติของพระสังฆาธิการ และพระธรรมทูต เหล่านั้นต้องมีการทำความเข้าใจให้ตรงกันและทันสมัยอยู่เสมอ ซึ่งการจัดตั้งสถาบันเผยแผ่พุทธศาสนาแห่งชาติจะเป็นการจัดตั้งหน่วยงานที่ทำหน้าที่สำหรับภารกิจของการพัฒนาพระสังฆาธิการและพระธรรมทูต ที่ปฏิบัติงานอยู่ในปัจจุบันให้เข้ามาฝึกอบรมให้เข้าใจถึงแก่นแท้ของพระธรรมคำสั่งสอน และปฏิบัติธรรมเพื่อพัฒนาคุณลักษณะและสมรรถนะ เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดี มีคุณภาพและเท่าทันกับความเปลี่ยนแปลงของสังคม

การเผยแผ่ศาสนา

เป็นการทำให้ผู้อื่นรู้และเข้าใจหลักคำสอนของศาสนาให้ถูกต้อง ให้รู้จักประวัติความเป็นมาของศาสนา ให้เห็นการประกอบพิธีกรรมต่างๆของศาสนา เมื่อรู้และเห็นแล้วใครมีศรัทธาจะนับถือหรือไม่นั้นเป็นสิทธิของแต่ละคน มีบางคนเชื่อว่าพระพุทธศาสนาเป็นระบบที่ประเสริฐสูงส่งเกินกว่าที่สามัญชนทั้งบุรุษและสตรีจะสามารถปฏิบัติตามได้ ในชีวิตแบบโลกีย์ธรรมดาของเราท่าน และเข้าใจว่าถ้าใครปรารถนาจะเป็นชาวพุทธจริงๆก็จะต้องปลีกตนออกจากสังคมโลก ไปอยู่ในวัดวาอารามหรือสถานที่ที่สงบเงียบ ข้อนี้เป็นความเข้าใจผิดอย่างน่าเสียดาย คำสอนของพระพุทธเจ้าไม่ได้เจาะจงไว้เพื่อภิกษุสงฆ์ในวัดเท่านั้น แต่เพื่อสามัญชนชายหญิงที่มีเหย้ามีเรือนอีกด้วย อริยมรรคมีองค์ 8 ซึ่งเป็นแนวทางดำเนินชีวิตของชาวพุทธ เหมาะสมกับทุกคนโดยไม่แตกต่างกันเลย

Comments Off

Jun 21 2014

การให้บริการของสถาบันทางศาสนา เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชน


สภาพสังคมไทยในปัจจุบันส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนชาวไทย มากขึ้นทุกวัน ทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ การปรับตัว ทุกอย่างดำเนินการไปอย่างรวดเร็วทำให้ประชาชนหันไปพึ่งวัตถุเพื่อใช้เป็นเครื่องอำนวยความสะดวกให้แก่ตนเอง จนเกิดเป็นความเคยชิน คิดว่าวัตถุเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ เหล่านี้ คือสิ่งจำเป็นของการดำรงชีวิตโดยลืมนึกถึงศักยภาพของร่างกายและจิตใจของตนเองซึ่งมีพลังและศักยภาพมากกว่าวัตถุหลาย ๆ ชิ้น

ความทันสมัยของโลกในยุคปัจจุบันทำให้พระสงฆ์จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเข้ามามีบทบาทเพื่อสร้างความเข้าใจอันดีงามให้เกิดขึ้นแก่ประชาชน โดยเฉพาะการเข้าใจวิถีชีวิตแห่งชุมชนอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมประเพณี หรือความเป็นอยู่ของประชาชนจนสามารถเป็นผู้นำทางด้านความรู้ความเข้าใจในสิ่งที่ถูกต้องได้ซึ่งก็คงจะเป็นการนำย้อนไปสู่บทบาทของพระสงฆ์ในอดีตนั่นเอง ไม่ใช่เรื่องใหม่เพียงแต่เรานำสิ่งต่าง ๆ มาประยุกต์ และปรับปรุงให้เกิดความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น พระพุทธศาสนาเป็นสถาบันที่จำเป็นของสังคมอันจะขาดไม่ได้ แม้จะถูกกระทบกระเทือน หรือตกต่ำในบางครั้งบางคราว ทั้งนี้เพราะชีวิตมนุษย์ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ด้วยวัตถุเพียงอย่างเดียว เพราะวัตถุไม่สามารถสนองตอบต่อความต้องการที่ไม่รู้จบสิ้นของมนุษย์ ดังนั้น ศาสนาและ วัฒนธรรมจึงถูกหยิบยกขึ้นมาในฐานะเป็นแกนกลางทางจิตใจ เป็นกรอบแห่งความประพฤติของ ประชาชนในสังคม พระพุทธศาสนานอกจากจะมีพระธรรม คือ คำสอนของพระพุทธเจ้าแล้วยัง มีวัดและพระสงฆ์ วัดและพระสงฆ์กับประชาชนมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด วัดเป็นทุกอย่าง ของสังคม เป็นศูนย์กลางที่รวมจิตใจของประชาชน

สถาบันทางพระพุทธศาสนาเป็นสถาบันที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง ในการให้ความช่วยเหลือต่อสังคมไทยตลอดมาโดยมีส่วนช่วยในการกล่อมเกลาจิตใจ และลักษณะนิสัยของคนไทยตลอดจนการให้บริการตามความจำเป็น ตามความต้องการของประชาชน อีกทั้งมีส่วนช่วยในการแก้ปัญหาทางสังคมให้แก่เรามาแล้วเป็นอย่างมากแม้กระทั่งในปัจจุบันความสำคัญในประการคงมีอยู่พระภิกษุสงฆ์กับวัดยังต้องรับภาระหน้าที่ในการช่วยเหลือสังคมและทางราชการของเราอยู่ตลอดไปสถาบันแห่งนี้จึงอำนวยประโยชน์เกื้อกูลต่อการปกครองและการบริหารของไทยอยู่มากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประชาชนแถบชนบท ที่ยังรับบริการจากรัฐบาลได้ไม่ทั่วถึงนักซึ่งมีจำนวนเกือบ ๙๐ เปอร์เซ็น

Comments Off

Jun 03 2014

ความอุปถัมภ์ศาสนาทุกศาสนาในประเทศไทย

สถาบันหลักของชาติไทยที่คนไทยทุกคนให้ความเคารพนับถือ

ประกอบด้วย ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ รัฐธรรมนูญไทยได้กำหนดให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะ หมายถึง พระประมุขของชาติไทยที่ทรงนับถือพระพุทธศาสนาเช่นเดียวกับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ และยังเป็นอัครศาสนูปถัมภก คือ ทรงให้ความอุปถัมภ์ศาสนาทุกศาสนาในประเทศไทย เนื่องจากชาวไทยนับถือพระพุทธศาสนามาช้านาน จนหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาได้หล่อหลอมซึมซับลงในวิถีไทย กลายเป็นรากฐานวิถีชีวิตของคนไทยในทุกด้าน ทั้งด้านวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ภาษา ขนบธรรมเนียมประเพณีและศีลธรรม

พระพุทธศาสนาอุบัติขึ้นในท่ามกลางลัทธิศาสนาทั้งหลายในอินเดีย ซึ่งมีทั้งอำนาจและอิทธิพล เป็นการยากที่พระพุทธศาสนาจะอุบัติขึ้นและแผ่กระจายไปให้กว้างขวาง อยู่กับชีวิตจิตใจของคนเป็นจำนวนมาก เพราะชีวิตจิตใจของคนอินเดียในสมัยนั้นมีแบบแผนการปฏิบัติตามลัทธิศาสนาต่างๆ ที่มีมาก่อนแล้วนั้น จึงอาศัยบุคลิกภาพอันยิ่งใหญ่ของพระพุทธเจ้า กับคำสอนอันประกอบไปด้วยเหตุผล พระพุทธศาสนาจึงเป็นปึกแผ่นเจริญก้าวหน้ามาด้วยดี

ศาสนาเป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคน

และศาสนาทุกศาสนามีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ สอนให้ทุกคนทำความดี และละเว้นจากการทำความชั่ว ดังนั้นถ้าทุกคนปฏิบัติตามคำสั่งของศาสนาที่ตนนับถืออย่างเคร่งครัด จะส่งผลให้ชีวิตของผู้ปฏิบัติมีความสงบสุขและอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข ซึ่งคำสั่งสอนของศาสดาผู้ประกาศศาสนาประกอบด้วยหลักธรรมเกี่ยวกับบุญ-บาป รวมทั้งแนวความเชื่อ และลัทธิพิธีเพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ปฏิบัติเกิดความเจริญในชีวิต พระพุทธศาสนามีความสำคัญมากมายหลายประเด็นมีหลักคำสอนสำหรับพัฒนาบุคคลให้บรรลุจุดมุ่งหมายสูงสุดแห่งชีวิตบนพื้นฐานของเหตุผลและความถูกต้อง ท่านได้กำหนดข้อปฏิบัติในการฝึกฝนอบรมตนด้วยการให้ละความชั่ว ประพฤติแต่ความดี และทำจิตใจของตนให้บริสุทธิ์ผ่องใส

องค์ประกอบของศาสนา

๑.ศาสดา คือ ผู้ก่อตั้งศาสนา เช่น พระพุทธศาสนามีพระพุทธเจ้าเป็นศาสดา ศาสนาคริสต์มีพระเยซูเป็นศาสดา
๒.คัมภีร์ คือ หลักธรรมคำสั่งสอน เช่น พระพุทธศาสนามีพระไตรปิฎก ศาสนาคริสต์มีคัมภีร์ไบเบิล
๓.สาวก คือ ผู้เผยแผ่หรือผู้ปฏิบัติตาม เช่น พระพุทธศาสนามีพระภิกษุและพุทธบริษัท ๔ ศาสนาคริสต์มีบาทหลวง
๔.ศาสนสถาน คือ สถานที่ประกอบพิธีกรรม เช่น พระพุทธศาสนามีวัด ศาสนาคริสต์มีโบสถ์
๕.พิธีกรรม คือ การปฎิบัติพิธีกรรมต่าง ๆ เช่น พระพุทธศาสนามีการเวียนเทียน ศาสนาคริสต์มีพิธีการล้างบาป
๖.สัญลักษณ์ คือ เครื่องหมายแทนศาสนานั้น ๆ เช่น พระพุทธศาสนามีเสมาธรรมจักรเป็นสัญลักษณ์ ศาสนาคริสต์มีไม้กางเขนเป็นสัญลักษณ์

Comments Off

Apr 28 2014

สิทธิเสรีภาพในการนับถือลัทธิหรือศาสนาและความเชื่อต่างๆ

สิทธิเสรีภาพในการนับถือลัทธิหรือศาสนาและความเชื่อต่างๆ

เสรีภาพในการนับถือลัทธิหรือศาสนาถือว่าเป็นเสรีภาพที่มีความบริบูรณ์ในตนเอง เนื่องจากเป็นเสรีภาพของความเชื่อที่อยู่ในจิตใจของคน คนอื่นหรือรัฐไม่อาจจะบังคับให้ให้เราเชื่อหรือไม่เชื่อในสิ่งที่เขาไม่เชื่อหรือให้เลิกเชื่อในที่ที่เขาเชื่ออยู่แล้ว แต่เสรีภาพในการนับถือที่อยู่ในใจกับเสรีภาพในการแสดงออกในสิ่งที่นับถือนั้นมีความแตกต่างกัน เนื่องจากเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งสิ่งที่นับถือลัทธิหรือศาสนานั้นอาจกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของบุคคลจึงต้องมีข้อจำกัดในใช้เสรีภาพในการนับถือลัทธิหรือศาสนาด้วย ผมได้เขียนอธิบายเสรีภาพในการนับถือศาสนาในเชิงโครงสร้างเพื่อจะได้เข้าใจถึงเสรีภาพในการนับถือลัทธิหรือศาสนา เพื่อให้ผู้ที่ยังขาดความเข้าใจได้เข้าใจถึงหลักการทั่วไปของสิทธิเสรีภาพในการนับถือลัทธิหรือศาสนา ในหลายประเทศได้บัญญัติรับรองเสรีภาพในการนับถือศาสนาไว้ในรัฐธรรมตามแนวคิดรัฐธรรมนูญนิยม เช่น ประเทศสหรัฐอเมริการับรองไว้ใน บทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งที่ 1 (Amendment 1) ว่า “สภานิติบัญญัติจะไม่ออกกฎหมาย…ห้ามการปฏิบัติศาสนกิจโดยเสรี ประเทศฝรั่งเศสได้รับรองไว้ในประกาศสิทธิมนุษยชนและพลเมือง ค.ศ.1789 มาตรา 10ว่า “บุคคลย่อมไม่ต้องหวั่นเกรงต่อการแสดงความคิดเห็นของตง แม้จะเป็นเรื่องทางศาสนาก็ตาม ถ้าการแสดงออกนั้นไม่กระทบกระเทือนความสงบเรียบร้อยที่กำหนดโดยรัฐบัญญัติ” ประเทศเยอรมันก็รับรองไว้ในกฎหมายพื้นฐานในมาตรา 4 นอกจากนี้ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ค.ศ. 1948 (Universl Declaration of Human Rights) ข้อ 18 ได้ได้รับรองไว้ว่า “บุคคลมีสิทธิเสรีภาพแห่งความคิด มโนธรรม และศาสนา สิทธิเหล่านี้ รวมถึงเสรีภาพที่จะเปลี่ยนศาสนาหรือความเชื่อ และเสรีภาพที่จะแสดงออกให้ศาสนาหรือความเชื่อประจักษ์ในรูปของการสั่งสอน การปฏิบัติกิจ ความเคารพสักการบูชา การสวดมนต์และการนับถือปฏิบัติพิธีกรรม ว่าด้วยลำพังตนเองหรือร่วมกับผู้อื่นในประชาคม และในที่สาธารณะหรือส่วนตัว” และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและการเมือง
ประเทศไทยก็รับรองเสรีภาพทางศาสนาไว้ตั้งแต่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2475 และได้มีการรับรองในรัฐธรรมนูญทุกฉบับ โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 37 บัญญัติว่า “บุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการถือศาสนา นิกายของศาสนา หรือลัทธินิยมในทางศาสนา และย่อมมีเสรีภาพในการปฏิบัติตามศาสนธรรม ศาสนบัญญัติ หรือปฏิบัติพิธีกรรมตามความเชื่อถือของตน เมื่อไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อหน้าที่ของพลเมืองและไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ในการใช้เสรีภาพตามวรรคหนึ่ง บุคคลย่อมได้รับความคุ้มครองมิให้รัฐกระทำการใด ๆ อันเป็นการรอนสิทธิหรือเสียประโยชน์อันควรมีควรได้ เพราะเหตุที่ถือศาสนา นิกายของศาสนา ลัทธินิยมในทางศาสนาหรือปฏิบัติตามศาสนธรรม ศาสนบัญญัติ หรือปฏิบัติพิธีกรรมตามความเชื่อถือ แตกต่างจากบุคคลอื่น

Comments Off

Next »